ขอบคุณไดอารี่คลับ
i miss you
ค้นพบสถานที่ใหม่
ยุดมืดกำลังมาเยือน
เรื่องราวของคนบางคน..
มะเหมียว(คิดว่า)จะกลับมาเขียนไดอีกละ
ความรักจะไม่มีวันทำร้ายเหมียว
นาน นาน
เจ็บอีกแล้ว..
on the way to my dream
visiting of the sis of my ex..
มาอัพไดแล้วคร๊าาาา..
some good some bad, that is the life
lost during distance..
fully schedule
naughty khao poon
how deep is your love?
talking with mom, finally i cannot keep it quiet anymore..
becos of love??
happy family day
happy familyday (to be continue)
lots of things~
understanding
การเดินทางของข้าวสวย- - first trip for Khao souy, my puppy
เวอร์ชั่นล่าสุด
lonely weekend
draft message
april fool day
กลาง กลาง
เริ่มเหนื่อยอีกแล้ว






visiting of the sis of my ex..

 

ตั้งใจกลับมาเขียนไดอารี่หลายครั้งแล้ว

รู้ว่าถ้าเขียนแล้วก้อเท่ากับเราได้บอกเล่า ได้ระบาย ได้ปลดปล่อยมันออกมา

ไม่งั้นก้อเครียด ก้อเก็บไว้ลำพัง

 

แน่นอนว่าที่หายไปเกือบปีก้อต้องมีเรื่องเกิดขึ้นมากมาย

เรื่องย้อนหลังนี่ก้อค่อยเล่าเป็นครั้งคราวที่เกี่ยวข้องไปนะ

เอาเรื่องที่กวนใจมะเหมียวระยะนี้ก่อน

 

น้องสาวฮีโร่มาเที่ยวเมืองไทย

บลูบอกเหมียวว่าชิซึรุจะมา

นาทีแรกที่รู้ก้อเจ็บแล้ว ไม่รู้ทำไม เหมือนเรื่องราวมันวนกลับมาทำให้ต้องรื้อฟื้นเรื่องราวเก่าๆ

วันแรกที่รู้ก้อคิดวนไปวนมา เอาไงดี นิ่งๆไว้ หรือจะต้องทำไง

การเป็นคนแบบเหมียวนี่ก้อเหนื่อยแบบนี้ละนะ

ยุ่ง วุ่นวายกับเค้าไปเรื่อย

 

เหมียวตัดสินใจส่งข้อความในเฟสบุ๊คไปหาเค้า

ตอนนั้น(แม้กระทั่งตอนนี้) เราก้อยังไม่ได้เป็นเพื่อนกันในเฟสบุ๊ค

เหมียวเห็นชื่อเค้ามาตั้งนานแล้ว แต่ไม่เคยคิดจะ invite ด้วยเหตุผลที่เป็นอยู่ในวันนี้

เหมียวไม่ได้คุยกับเค้าอีกเลยหลังจากเจอเค้าที่เมลเบินเมื่อปี 2008

2ปีแล้วสินะ...

เหมียวคิดอะไรเยอะแยะไปหมด

ก้อเลยถามไปกลางๆว่า ได้ยินว่าจะมาเที่ยวเมืองไทย

มีอะไรที่เราพอจะช่วยได้ไม๊

เค้าเมลกลับมาบอกว่า เค้ารู้เรื่องที่เราเลิกกับฮีโร่

แล้วเค้าเองก้อเห็นเราอยู่ในเฟสบุ๊ค แต่มันคงเป็นเรื่องผิดปกติที่จะแอดเราเป็นเพื่อน

เมลสุดท้ายก่อนเจอกัน (จะว่าไปเมลแรกที่คุยกันก้อเป็นเวลาแค่ อีก 5วันจะได้เจอกันอยู่แล้ว กระชั้นมาก) เค้าบอกว่าเค้ากำลังอยู่ฮ่องกง (ไปงานแต่งเพื่อน) และจะอยู่เมืองไทย 2 วัน

เมื่อเค้ามาถึงเมืองไทยวันแรก เค้าจะตรงไปโรงแรมเลย วันเสาร์ไปเดย์ทัวร์ที่อยุธยา แล้ววันอาทิตย์ก้อไปช๊อปปิ้งกับเรา

ตามนั้นเลย เพราะว่าเราเตรียมตัวไว้แล้วว่าเราจะไม่ขอเอาใจเราลงไปในงานนี้มากนัก ไม่อยากเจ็บอีก

 

วันแรกที่เค้ามาถึง เราก้อรู้ตัวว่าเราร้อนรนเป็นกังวล

เครียด วุ่นวาย อยากกินเหล้าซะงั้น

พอตกดึกชิซึรุก้อโทรมาบอกว่าเพิ่งถึงโรงแรม

แล้วก้อเล่าที่รถแท๊กซี่เสียทำให้ถึงโรงแรมช้า

เราเองก้อรู้สึกผิดมาก ที่ไม่ได้ไปรับเค้า ก้อเค้าบอกว่าไม่ต้องห่วงนี่นะ

อีกเรื่องก้อคือ พอเค้าถึงโรงแรมช้า ทำให้ไม่สามารถซื้อเดย์ทัวร์วันพรุ่งนี้ได้ทัน

เค้าต้องเปลี่ยนแผนไปอยุธยาวันถัดไปแทน

ทันใดนั้นเราก้อเลยบอกเค้าว่าเราจะโดดเรียนพาเค้าเที่ยว

เค้าเอง คงด้วยมารยาทเลยบอกว่าเกรงใจ ย้ำไปย้ำมาหลายรอบ จนเราเองก้อไม่แน่ใจว่าเราควรจะโดดเรียนไปกับเค้าจริงเหรอ

แต่ก้อไปแหละ เค้ามาคราวนี้ ก้อไม่รู้ว่าอีกเมื่อไรจะได้เจอกัน

นี่อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายก้อได้

ทั้งๆที่เราไปสาย 1 ชม. เค้าเองก้อสายกว่าเรา ดีแล้ว..

เราอึดกันมาก ไปวัดพระแก้ว วัดโพธิ์ วัดอรุณ เดินทางทั้งหมดด้วยเท้าและเรือข้ามฝาก

เมื่อยสุดๆ

แล้วเราก้อทำเวลาได้รวดเร็วมาก ทำให้สามารถไปช๊อบต่อที่สวนจตุจักร และตามด้วยพารากอน แม่เจ้า

มากับเหมียวไม่มีคำว่าไม่คุ้ม ไอ้เราก้อลืมตัว ลืมเหนื่อย กลับมาบ้านไข้ขึ้นซะงั้น

รู้สึกผิดเล็กน้อยที่พาเค้าเหนื่อย ..

ด้วยความที่ไม่แน่ใจว่าวันถัดไปจะได้ออกไปกินข้าวกับเค้าตามที่ได้วางแผนไว้กลับบลูหรือไม่นั้น

ก้อเลยตัดสินใจเอาของที่ระลึกให้เค้า...

 

วันถัดมารีบออกมาจากบ้านก่อนเวลา แต่ดันหาที่จอดรถได้ยากมาก

เลยมีเวลาเลือกของให้พ่อกับแม่เค้าน้อย

ที่คิดว่าอยากซื้อ เพราะว่าเมื่อคืนเค้าส่งข้อความมาว่าชอบของที่เราให้มาก แล้วเราก้อไม่เห็นว่าเค้าได้ซื้ออะไรไปฝากพ่อกับแม่เค้าเลย

เราใช้เวลาเลือกของไม่เกิน 5 นาที ได้กระเป๋าสำหรับแม่ และรองเท้าสำหรับพ่อ

นัดเจอน้องบลู แล้วก้อไปรับชิซึรุ

เค้าใส่ตุ้มหูที่เราให้ด้วย รู้แล้วล่ะว่าชอบ ดีจังนะเวลาที่เราทำอะไรให้ใครแล้วเค้าชอบเนี่ย

 

ร้านที่เราไปทานอาหารบรรยากาศดีมาก

เรามาครั้งแรกกับโรบิน น้องโรบิน และบลู เมื่อปีที่แล้ว

เสียดายที่วันนั้นไม่ค่อยได้กินอะไร วันนั้นอะไรๆก้อดูรีบๆ แล้วก้อยังหารอีก

วันนี้เลยตั้งใจกับบลูว่าจะเป็นฝ่ายเลี้ยงชิซึรุ

เราได้นั่งโซฟาที่สนามหญ้า บรรยากาศดีมาก อาหารอร่อยสุดๆ

ไวน์ 2 ขวดแรกหมดไปอย่างรวดเร็ว จนพวกเราตั้งตั้งเกณฑ์ว่าเราจะไม่ดื่มเกิน 3 ขวด

ทั้งๆที่เราเองก้อไม่ได้สนิทกัน ตอนนั้นก้อได้คุยกันแค่ 2-3 วัน

แต่ดูเหมือนเรื่องราวที่เราคุยช่างมีมากมาย

ถ้าวันนั้นเป็นวันเสาร์ พรุ่งนี้เป็นวันอาทิตย์ แล้วเราสามารถนอนค้างที่นั่นได้ เราก้ออยากทำ

เรื่องที่น่าหงุดหงินที่สุดสำหรับเราคือความหุนหัน ของบลู

บลูกำลังจะแต่งงาน แต่บลูไม่ให้เราบอกเค้า

แล้วบลูก้อขอไปส่งเราก่อนแล้วค่อยย้อนกลับไปส่งเค้า ทั้งๆที่อีกนิดเดียวก้อจะถึงบ้านบลูแล้ว

หมายความมาบลูอยากไปต่อกับเค้า..

จริงๆก้อเป็นเรื่องของเค้า แต่ความรู้สึกผิดก้อยังมีอยู่ ทำไมนะ

ตั้งใจว่าจะไม่ขอร่วมกิจกรรมใดๆกับบลูอีก หรืออย่างน้อย ก้อขอมีส่วนร่วมให้น้อยที่สุด

 

เค้าส่งข้อความว่าถึงญี่ปุ่นโดยสวัสดิภาพ แล้วก้อเริ่มคิดถึงเราและเมืองไทย..

เค้ากลับเมื่อวันจันทร์ที่แล้ว นี่ก้อผ่านมา 1 สัปดาห์พอดี

เมื่อวานนี้เค้าส่งข้อความมาบอกว่าพ่อแม่เค้าฝากมาขอบคุณพวกท่านชอบของฝากของเรามาก และก้อขอที่อยู่เรา

อะไรกันเนี่ย.. นึกว่าทุกอย่างจะจบลงไปแล้ว แต่ก้อไม่ใช่

 

สองวันนี้เราเผลอหลุดพูดเกี่ยวกับฮีโร่ไป2-3ครั้ง นั่นเป็นเพราะบริบทที่พาไป

แต่เค้าไม่แม้แต่จะพูดถึงพี่ชายเค้าเลย

 

ที่ผ่านมาเราพยามหลักเลี่ยงอะไรก้อตามที่จะทำให้เราต้องเจ็บอีก

ไม่ใช่เพราะเค้าไม่ได้รักเรา ถึงได้ทำให้เราเลิกกัน

แต่เพราะว่าคำว่ารักนั้นไม่มากพอ มันไม่ได้มากพอที่จะทำให้เค้าฝ่าฟันความยากลำบากนี้ไปได้

ยังจำข้อความในเมลที่เค้าเขียนให้ได้

“I hope I could overcome this difficulty, but im sorry”

 

บางครั้งที่เราพยามหลบหลีกหนีจากสิ่งที่จะทำให้เราต้องเจ็บปวด แต่มันก้อคงทำได้ไม่ทั้งหมด

 

 

     Share

<< มาอัพไดแล้วคร๊าาาา..on the way to my dream >>

Posted on Mon 24 Jan 2011 14:55

Comment

Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh