mY iNtErnAtiOnAl bUsinEss cLassmAte~
ไม่ต้องกังวล
หนึ่งวันมี 24 ชั่วโมง?
~ เหนื่อยจัง ~
เรื่องดีดี รับปีใหม่ใหม่
จังหวะชีวิต
~mY bEauTiFuL mEmoRy~
Let's me go ( i dont like when heartache return)
Time cured
ไม่รุ้จักฉัน ไม่รู้จักเธอ
หน้าที่ของ kitchen hand คนสวย
คนแปลกหน้า
oversea students
เรื่องมันยาว
many topics
วันแม่ ปีที่แล้ว
วันเกิดปีนี้
You love me, don't you?
คิดไรรึป่าวเนี่ย
so many
รายงานผลการเรียน + Party ปิดคอร์ส
presentation
อาหารต๊ะเล กะ อาหารกลางวันของมะเหมียว (มีรูปคุณเต้าหู้ด้วยนะก๊า)
Joa Hae Yo (I like you)
made from .. + คนบ้ากล้อง
วันศุกร์ หมอกลงจัด และวันเสาร์ ร้านกาแฟ
เมื่อคืนคุณน้องนอนกี่โมงคะ + มีลิงค์รูปมาให้ดูค่ะ
วันนี้ปรี๊ด..
สวนโบทานิก 08 06 07
กิ๊กๆ
อัพรวดเดียวสี่วันเลย 2-5 06 07
1 06 07 meet mytoonhua
31 05 07 อากาศหนาวจังเยย
31 05 07 อากาศหนาวจังเยย
30 05 07 เพื่อนร่วมชั้นเรียน
29 05 07 วันนี้เอารูปมาให้ดู
28 05 07(ยังไม่ทันเซฟ มันหายไปไหนหมด ตารางเรียนออกแล้ว ไม่ดีเลย)
27 05 07 กล้าๆ หน่อย มะเหมียว
26 05 07(crown casino)






so many

 

อากาศที่เมลเบิร์นทำพิษมะเหมียวเข้าให้แล้ว

ทำมะเหมียวน้ำตาไหลทุกวันเลย

ไม่ต้องตกใจไป ไม่ได้มีใครกลั่นแกล้ง

แค่เวลาที่ไม่สบาย มะเหมียวจะอ่อนแอเป็นพิเศษ(แม่รู้ใช่ไม๊)

แล้วเหมียวเองก้อรู้วิธีแก้

คือถ้ารู้ว่าไม่สบาย สำหรับเหมียวมีวิธีเดียวก้อคือ นอน

นอนอย่างเดียวเลย แบบว่าตื่นเช้ามากินข้าว กินยา ห่มผ้านอน

แล้วก้อตื่นมาเที่ยง กินข้าว กินยา แล้วนอน

แล้วก้อทำอีกทีตอนเย็น ตื่นมากินข้าว กินยา นอน

วันต่อไปก้อไปทำงานได้ ปกติ

 

แต่ที่นี่เหมียวคงทำยังงั้นไม่ได้

ทำได้อย่างเดียวคือกินยา แล้วก้อทนๆฝืนไป

เรื่องอะไรจะขาดเรียนให้มันเสียเงิน จ่ายตังค์มาเรียน ไม่ได้จ่ายมานอน

 

แล้วเวลาที่ไข้ขึ้น ตัวมันจะร้อนๆ แล้วบางทีน้ำตามันก้อไหล

วันนี้นั่งๆเรียนอยู่ น้ำตาไหลซะงั้น

ช่วงนี้เลยพยามนอนเร็ว แต่ก้อทำไม่ค่อยได้

การบ้านเยอะกว่าเดิมอีก

ไม่ใช่สิ การบ้านไม่เยอะ มีอย่างเดียว แต่โคตรเรื่องมากเลย

 

สัปดาห์แรก(วีคที่แล้วอ่ะ) ตอนที่รู้ว่าต้องเรียนกะอาจารย์คนนี้นะ เซ็งเลย

เสียดายเงินมาก ทำไงดีวะ นึกในใจ เพื่อนๆเองก้อเป็นนะ

ประมาณว่าถ้าทนไปอีกวันแล้วไม่ไหวจะขอย้ายห้อง

เท่าที่รู้ว่าคนที่รู้สึกประมาณนี้เกินครึ่งห้อง เหมียวเองก้อเป็น

โชคดีที่เค้าบอกว่าจะสอนแค่วันพุธ เพราะเค้าจะไปสอนที่ Melbourne U.

ไม่ได้ว่าเค้าสอนไม่ดีนะ แต่เข้าใจไหมว่าไม่มีใครชอบเค้าอ่ะ

ประมาณว่านักเรียนตอบอะไรไปก้อ good great perfect

ครือว่ามาเรียนเนี่ย เสียเงินมาให้แนะนำสั่งสอน ไม่ได้ให้มาหลอกชมกัน

ผิดก้อบอกว่าผิดได้ ไม่ต้องแกล้งหาเหตุผลมาให้กำลังใจกัน

รู้ว่าเค้าอยากให้นักเรียนสนุกกะการเรียน แต่ว่านี่ก้อโตๆกันแล้ว เกมไม่ต้องมากขนาดนี้ก้อได้

เอาเป็นว่าเค้าจากไปแล้ว

 

ทีนี้เป็นไงล่ะ อาจารย์คนใหม่ แรงได้ใจเลย

จะมีสองคน วันพฤหัส กะ วันศุกร์ ชื่อ Damiel ชื่อแปลกดีเน๊อะ

ก้อดีนะ เหมือนจะเป็นเกย์หน่อยๆ แต่น่ารักดี

เค้าจะชอบพูด Alright Alright

เหมือนงง งง ว่าจะสอนเรื่องอาไรต่อดี

แล้วก้อถ้าเรื่องไหนที่เค้าสนใจ(แม้ว่านักเรียนจะไม่อยากสนใจด้วยก้อตาม)

เค้าก้อจะเจาะลึกเป็นพิเศษ 

ก้อดี มีความรู้เพิ่มไปเรื่อยๆ

 

อาจารย์อีกคนเป็นผู้หญิง สอนวันจันทร์ ถึง พุธ ชื่อ Nopie

คนนี้แหละ โหดสุดๆ เคี้ยวโคตรๆ

แต่ก้อดีนะ รู้สึกว่าคุ้มค่ากับเงินที่เสียไป

แต่ขณะเดียวกัน ก้อทำให้นักเรียนท้อแท้ไปตามๆกัน

เพราะว่าแกสั่งการบ้านทุกวัน แล้วก้อไม่ได้ง่ายเลย

 

ก่อนจะไปเม้าท์กันเรื่องอื่นๆ ขอชื่นชมตัวเองกันนิดนึง

ไม่ได้ว่าตัวเองเก่งนะคะ แต่เหมือนจะรู้อ่ะ ว่าถ้าอันไหนตอบได้ ต้องรีบตอบ

เพราะว่าอาจารย์จะได้จำเราได้แม่นๆ เพราะว่าจะมีผลในการให้คะแนน อย่างแน่นอน

เก่งจริงๆ ลูกใครเนี่ย

 

เดี๋ยวนี้เป็นไงไม่รู้ ที่เคยบอกว่าในห้องมีคนไทยสองคนอ่ะ

ช่วงแรกๆเหมียวจะไม่ค่อยพยามนั่งใกล้ หรือ คุยกะ บอย

เพราะเดี๋ยวจะหลุดพูดภาษาไทยกัน

แต่เดี๋ยวนี้ชักชอบแหะ คือรู้สึกอุ่นใจว่ามีคนที่พูดภาษาเดียวกับเราอยู่ใกล้ๆ

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะว่าอาจารย์ชอบถามอะไรที่เกี่ยวกับข้อมูลของนักเรียนแต่ละประเทศหรือป่าว

ไอ้เราก้อไม่ค่อยแน่ใจ หันไปมองกันเองอยู่เรื่อย

ช่วงนี้เลยญาติดีกันมากๆค่ะ

แล้วก้อรู้สึกว่าจะมีคนไทยสองคนเนี่ยแหละ ที่แข่งกันตอบคำถามอยู่สองคน

 

ขออัพเดทเพื่อนๆนักเรียนในห้องกันอีกครั้งนะคะ

เนื่องจากเหตุผลหลายประการทำให้นักเรียนได้เปลี่ยนแปลงไป

ก้อคงเปลี่ยนไปอีกเรื่อยๆนั่นแหละ คงจะมีเปลี่ยนออก ไม่มีเปลี่ยนเข้า เพราะต้องเริ่มส่งงานแล้ว

มีดังนี้ค่ะ

คนไทยสองคน ตามที่ทราบนะคะ (ตอนแรกมีน้องผู้หญิงอีกคน แต่หนีไปแล้ว)

ญี่ปุ่นสามคน เป็นผู้หญิงค่ะ

ผู้ชายอินเดีย สามคน แต่ดูเหมือนว่าคนหนึ่งกำลังจะหนีไป

ผู้ชายเกาหลี สองคน คนหนึ่งเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าจะยังอยู่ป่าว ส่วนอีกคนก้อคือคุณเต้าหู้นั่นเอง

ผู้หญิงเกาหลีเยอะมาก นับก่อน ห้าคน มั๊ง

ผู้หญิงโคลัมเบียสองคน

แล้วสุดท้ายเนี่ยอ่ะ งงมากเลย

เป็นผู้ชายพม่า

ไม่ได้ว่าคนพม่ามาเรียนภาษาไม่ได้

แต่นึกออกไม๊ว่าไม่เคยเห็นมาก่อน

เท่าที่รู้มาว่าโรงเรียนนี้เค้ามีการสอนให้คนที่ต้องการทำเรื่องเกียวกับ PR

หรือว่าเป็นพวกผู้อพยพที่รัฐบาลส่งมาเรียน

แต่ว่าเค้าจะแยกห้องกันอ่ะ

ก้อถามๆ เดาๆ เอาว่าน่าจะเป็นพวกที่คนออสซี่รับมาเป็นลูกบุญธรรมแล้วเค้าส่งมาเรียน

แต่ช่างเค้าเถอะ แค่เค้าตั้งใจเรียน แล้วก้อไม่ได้มาขี้เบ่งเหมือนคนอินเดียนั่งก้อแล้วไป

 

 

วันพุธที่ผ่านมาพี่ปุ๊กโทรชวนไปวัด

ไม่ต้องคิดค่ะ ไป

so many

เพราะว่ายังไม่เคยไป แล้วก้อคงหาโอกาสไปได้ยาก

เพราะคนที่นี่เค้าไม่ค่อยไปวัดกันค่ะ

เหตุผลหลักก้อคงเป็นเรื่องของความสะดวก นั่นคือไกลโคตรเลยค่ะ

อยู่นอกเมืองไปโน่น

ไปก้อยากค่ะ ไม่มีบุญจริงอาจไปไม่ถึงวัด

ดูอย่างคุณพี่ปุ๊กและพวกเราสิคะ

ต้องผ่านกันถึงสามรอบ ถึงจะเห็น อ้อ นี่ไงวัด

นี่ขนาดเคยมากันมั่งแล้วนะคะ

เหตุผลที่หลงก้อเพราะว่าลักษณะเป็นบ้านคนธรรมดาเนี่ยแหละค่ะ

แค่มีธง กะป้าย ติดไว้หน้าบ้าน ย้ำว่าหน้าบ้านนะคะ ไม่ใช่ที่รั้ว

ชมภาพกันนะคะ

so many so many

so many

 

รูปคนคนเดียว ถ่ายที่ที่เดียวเนี่ย ถ่ายอยู่ได้ตั้งหลายอัน

นี้ไม่ได้เอามาลงหมดนะคะ

เฮ่อ..

so many

 

 

วันเสาร์ที่ผ่านมาหนีเที่ยวไปไกลเชียว

จริงๆก้อไม่ไกลหรอกมั๊ง แค่นั่งรถเมล์สุดสาย

ครือว่าตอนเช้า แค่ตั้งใจไปเดินเที่ยวในเมือง

ชวนน้องๆ คนไหน ก้อไม่มีใครไปด้วย เอาวะ คนเดียวก้อไม่เป็นไร

ก้อเรายังเดินไม่ทั่วเลยไง

แล้วก้อตั้งใจไปนั่งรถที่เค้าไว้ให้สำหรับนักท่องเที่ยว

มันจะมีสองแบบคือเป็นรถราง กะ รถบัส ฟรีทั้งคู่นะคะ

แค่นี้สถานที่เที่ยวก้อปาไปเกือบร้อยแห่งแล้ว

ดังนั้น ของฟรี มะเหมียวไม่ควรพลาดค่ะ

 

แต่พอขึ้นรถไป วันนั้นเลือกใช้บริการแทรมค่ะ

นั่งไปได้ประมาณ 4 ป้าย ก้อมีเด็ก ขอย้ำว่าเด็กจริงๆ ประมาณ ม.ต้นบ้านเรา

หญิงสอง ชายประมาณ หก

ทันใดนั้นสายตามะเหมียวก้อไปปริ๊งกะน้องผู้ชายหนึ่งในนั้นเค้า

แล้วน้องมันก้อมานั่งฝั่งตรงหน้ามะเหมียวซะงั้น

กะน้องผู้หญิงอีกสองคน

รู้งี้ถ่ายรูปไว้ก้อดี หล่อไม่ใช่เล่น หล่อตะแต่เด็กเลย

 

เล่าไงดี

คือน้องเค้ามากันกลุ่มใหญ่ไง แล้วมันก้อคุยกันเสียงดังโหวกเหวก

สักพักน้องผู้ชายที่นั่งหันหน้าเข้ามาทางมะเหมียวก้อเล่นม่านหน้าต่าง

มันเปิดปิด เปิดปิด

แล้วน้องผู้หญิงก้อว่า ว่าจะรบกวนป้า(เหมียว)เค้า

น้องผู้ชายก้อเลยหยุด แต่ไม่ใช่แค่นั้นค่ะ

สักพักมันก้อเอาอีก แต่คราวนี้มันแกล้งค่ะ

น้องเค้าไม่ได้เปิดเลย แค่แกล้งทำเป็นจะเปิด แล้วก้อแอบชำเลืองมามองเหมียว

พอขยับนิดนึง มะเหมียวก้อหันไปมอง คืออารมณ์ เอ๊ะ เสียงอะไรนั่นน่ะ

ท้นใดนั้นเราก้อหัวเราะพร้อมกันค่ะ

น้องมันเล่นมุกนี้ได้สองสามครั้งก้อคงเบื่อ แต่มันไม่ได้เหน็ดเหนื่อยค่ะ

มันเอามุกใหม่มาเล่น (สังเกตุได้ว่าสรรพนามเริ่มเปลี่ยนไปแล้วนะคะ)

น้องเค้าถามว่ามะเหมียวชื่ออะไร

ก้อกำลังจะตอบแหละ แต่คงตอบช้าไป น้องเลยไม่พอใจ หงุดหงิด(เล่นๆ) ซะงั้น

น้องผู้หญิงก้อขำๆ แล้วถามเหมียวว่าไม่อยากเป็นเพื่อนกะน้องเค้าเหรอ

จริงๆเหมียวว่าไอ้เด็กพวกนี้มันหาเรื่องแกล้งคนไปทั่วค่ะ

แต่ไม่สนใจหรอก สนุกดีไม่ใช่เล่น

เหมียวบอกไปว่าได้สิ เป็นเพื่อนกันใช่ไม๊

ทันใดนั่นเอง น้องผู้ชายมันก้อมาเลยค่ะ

Give me Five แล้วก้อเอามือยื่นมาให้มะเหมียวแปะ

เอาล่ะ ถ้าน้องมีโอกาสรับรู้ข้อมูลตรงนี้ ก้อส่งแม่มาขอพี่ได้เลยนะ

โดนมือเค้าแล้ว ต้องให้แม่มาขอให้เรียบร้อยด้วย

 

ก้อนั่งคุยบ้าบอคอแตกกันสักพักน้องก้อลง

แล้วก้อบ๊าย บาย กัน

จำได้ว่าได้ยินใครบางคนพูดว่า See you

นั่งนึกๆ เอ๊ะ แล้วเจอกันคราวหน้า น้องๆจะจำ ป้า เอ๊ย พี่สาวคนสวยคนนี้ได้ไม๊เนี่ย

 

หลังจากน้องลงรถกันแล้วมะเหมียวเองก้อนั่งรถเลยมาทาง southern cross แล้ว

เอาวะ ไปไหนไปกัน เพราะจำได้ว่าคันนั้นไป St kilda ได้

มันคือ beach ค่ะ ประมาณว่าพวกนิทรรศการทางศิลปะชอบไปจัดกันที่นั่น

นั่งไปจนสุดสาย ไม่รู้หรอกว่าถึงไหนแล้ว แค่เห็นหาดไกลๆ แล้วฝนก้อตก

สักพักคนขับรถก้อเดินมาบอกว่าสุดสายแล้ว

แล้วก้อประโยคสำคัญ Are you OK?

ดูดิ ในวันเหงาๆ ใครก้อไม่รู้ มาถามเราว่าคุณโอเคไม๊

รู้ว่ามันเป็นคำธรรมดา แต่ว่ามันเค้ากับสถานการณ์มากๆ

ลงรถแล้วก้อเดินกางร่มทำมิวสิคไปถึงหาด

แผนที่ก้อไม่ได้เอามา เดินเรื่อยเปื่อยไปเรื่อย หนาวก้อหนาว

แต่ก้อไปเจอร้านกาแฟร้านนี้เค้า นี้ถ้าไม่ได้ร้านนี้คงแย่เหมือนกัน

so many so many

so many

 so many so many

นั่งไปสักพัก น้องคนที่เหมียวโทรชวนคนแรกก้อโทรมาว่าเสร็จธุระแล้ว

เหมียวเองซึ่งเพิ่งสั่งกาแฟเสร็จไปหมาดๆ เลยไม่ค่อยแน่ใจว่าจะกลับเข้าเมืองไปทันหาน้องเค้าไม๊

เพราะอย่างที่รู้กันว่าที่นี่ อยากได้ไร ต้องรีบนึกให้ทันก่อน หกโมง

ไม่งั้นอด เพราะร้านค้าจะปิดกันค่ะ

แม่ไม่ต้องห่วงไม่ได้กลับดึกแน่นอน

แต่ก้อมียกเว้นพวก supermarket  อ่ะ ที่เปิดนานหน่อย

 

แต่พอเหมียวนั่งรถกลับเข้ามาในเมือง ก้อลองโทรหาน้องดู

ปรากฎว่าก้อเพิ่งถึงเหมือนกัน

แค่ได้ไปเดินซื้ออาหารเข้าบ้านด้วยกัน ก้อยังดี

ค่อยคลายเหงาไปได้มั่ง

แอบรู้ว่าวันอาทิตย์น้องๆ เค้านัดกันไปห้องสมุด state library กัน

เลยขอไปแจมด้วย เพราะว่ายังไม่เคยไป

แต่ว่ายังไม่ได้เอารูปมาอวดนะคะ เยอะจัด

นี่ก้อใช้เวลาหลายชั่วโมงแล้ว

เดี๋ยวต้องไปทำการบ้านต่อ

 

ชมบรรยากาศในวัดกันอีกสักหน่อยนะคะ

สวยไม่ใช่เล่น

 

    so many  so many

 

so many so many 

 

ปล.

ปัญหาร้อยแปดพันเก้า ขอให้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี

บรรยายไม่หมดหรอกค่ะว่าเรื่องอะไรมั่ง

เอาเป็นว่า มะเหมียวสู้ตายค่ะ

อาจมีเหนื่อย มีท้อ มีเสียใจบ้าง

แต่ไม่ถอยค่ะ สู้ต่อไปเจ้าแมวกาฟิลด์

 

     Share

<< รายงานผลการเรียน + Party ปิดคอร์สคิดไรรึป่าวเนี่ย >>

Posted on Tue 10 Jul 2007 21:20

Comment
หวัดดีมะเหมียว
น่าสนุกดีนะ
ไพรัตน์   
Mon 16 Jul 2007 22:45 [3]
 

คิดถึงเหมียว

เหมียวอ้วนวุ้ย ฮ่าๆ
เต้ย   
Thu 12 Jul 2007 23:15 [2]

สลับกับสมัยพวกเราเรียน
เวลาเจออาจารย์ดุๆ เฮี๊ยบๆ
พวกเรากลับไม่ชอบเนอะ
pinkindeed   
Wed 11 Jul 2007 15:15 [1]


Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh