วันศุกร์ หมอกลงจัด และวันเสาร์ ร้านกาแฟ
เมื่อคืนคุณน้องนอนกี่โมงคะ + มีลิงค์รูปมาให้ดูค่ะ
วันนี้ปรี๊ด..
สวนโบทานิก 08 06 07
กิ๊กๆ
อัพรวดเดียวสี่วันเลย 2-5 06 07
1 06 07 meet mytoonhua
31 05 07 อากาศหนาวจังเยย
31 05 07 อากาศหนาวจังเยย
30 05 07 เพื่อนร่วมชั้นเรียน
29 05 07 วันนี้เอารูปมาให้ดู
28 05 07(ยังไม่ทันเซฟ มันหายไปไหนหมด ตารางเรียนออกแล้ว ไม่ดีเลย)
27 05 07 กล้าๆ หน่อย มะเหมียว
26 05 07(crown casino)
25 05 07(bridge road)
24 05 07
23 05 07
22 05 07
21 05 07
เดินทางสู่โลกกว้าง(20 05 07)
ปฏิบัติภาระกิจ
Dream World โลกแห่งความฝัน
กิจกรรมหลัก กิน กะ นอน
วันพักร้อน
ใจตรงกัน..
ไปทะเล ไปทะเล..
เทศกาล...เลี้ยงส่ง
เอาไงเอากันครับ
เย้!! ได้วีซ่าแล้ว
มะเหมียว..มาบ่น
Taste Sweet Love
ไม่ไหวแล้ว
ไป หรือ ไม่ไป คะ (+wall paper tag)
วันแห่งความรัก
Love is the one gift you want returned
พยากรณ์ความหนาแน่นของงาน สัปดาห์นี้
เรื่องน่าเบื่อของเลขา
ธนาคารแห่งความดี
ครบ 7 วัน พอดี






เดินทางสู่โลกกว้าง(20 05 07)

20 05 07

อาโหยๆ มะเหมียวมาแว้ว

โคตรเหนื่อยกะการเตรียมตัวมาเลย
แต่พอมาถึงแล้ว...
บางอย่างก้อเป็นอย่างที่คิด

บางอย่างก้อไม่เป็นอย่างที่คิด
เอ๊ะ งง งง

เล่าเลยดีก่า

ก่อนอื่นต้องขอบคุณทุกๆคน ที่มีไมตรีจิตให้กะมะเหมียว

ทั้งๆที่มะเหมียวเองก้อแค่ไปเรียนภาษา

อาจแค่ปีเดียว หรือ อาจไม่ถึงปี

แต่เพื่อนๆ ก้อชวนมะเหมียวไปกินข้าว

หาของที่ระลึกมาให้มะเหมียว

ของบางอย่างที่มะเหมียวคิดว่าอาจจะไม่จำเป็น
ขอพูดถึงเลยนะคะ
อย่างเช่นรองเท้าใส่อยู่บ้านของพี่ก้อย
แม่บอกให้เอามาด้วย แต่มะเหมียวเองต้องพยามคิดว่าเอาอันที่(คิดว่า)จำเป็นมากที่สุดไป
เพราะว่าน้ำหนักกระเป๋าเกินมากแล้ว
แต่บังเอิญมีช่องว่างขนาดใส่รองเท้าคู่นั้นพอดี

แล้วพอมาถึงนี้ อากาศเย็นมาก
มะเหมียวนึกถึงรองเท้าคู่นั้นเลย เอามาใส่อยู่จนกระทั่งตอนนี้
ขอบคุณมากนะคะพี่ก้อย
แล้วก้อทุกๆคนด้วยค่ะ

ที่สำมะคัญที่สุด ก้อต้อง พ่อ กะ แม่ มะเหมียว แล้วก้อยุ้ยด้วยนะ

พ่อเองเหมือนจะชอบเดินมาแซวๆว่าจะรื้อบ้านไปไหน
แต่ก้อเห็นแอบมาวะแว๊บๆ มองอยู่เรื่อย
คงอยากช่วย แต่ไม่รู้ว่าจะทำอะไรดี

แม่มะเหมียวนี่สำคัญที่สุดเลย

ถ้าไม่ได้แม่ เหมียวคงยังจัดกระเป๋าไม่เสร็จซะที

ใครว่าแม่วุ่นวาย แม่ช่วยมะเหมียวได้เยอะเลยตะหาก
แต่ที่เหมียวชอบบอกให้แม่ไปอยู่ที่อื่น อย่ามาใกล้ตอนมะเหมียวจัดกระเป๋า
เพราะว่ามะเหมียวไม่อยากให้แม่เหนื่อย

แล้วก้อไม่อยากให้แม่เห็นว่ามะเหมียวไม่ได้เรื่องมากกว่า
จัดกระเป๋าแค่นี้ ไม่เสร็จซะที

ส่วนยุ้ย เราเป็นพี่น้องที่(คิดว่า) ค่อนข้างรักกันนะ
แต่อย่าให้คุยกันนาน ไม่งั้นทะเลาะกัน
ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไม

ยุ้ยนี้เป็นกำลังสำคัญเลย

ทั้งเอื้อเฟื้อ Notebook กล้องถ่ายรูป แถมยังไปหาซื้อพวงกุญแจมาให้อีก อันหลังนี้สวยมากเลย

 

วันเดินทางมะเหมียวคงโดนหลายคนบ่นว่าทำไมไปเร็วจัง
แต่ดีแล้วล่ะ ปลอดภัยไว้ก่อน

เพราะรถค่อนข้างเยอะ แล้วพอไปถึงเห็นคิวที่รอโหลดกระเป๋าแล้ว แอบเหนื่อยเลย

โชคดีที่เพื่อนของเหมียว ชื่อสาวมีเพื่อน เป็น staff การบินไทย

เลยไม่ต้องต่อคิว แถมยังได้น้ำหนักกระเป๋าเกินด้วย

ไม่มากไม่น้อย แค่ 45.5 กิโลเอง แฮ่ๆ (ยืมคำโอ๋ มาใช้ แฮ่ๆ)


คืนนั้นญาติมากันอย่างพร้อมเพรียง

นอกจากพ่อ แม่ ยุ้ย แล้วก้อมี น้านาย น้องอุ๊ น้องเอ็ม น้าชม น้าสุเทพ น้าน้อย น้าต้อย น้าอ้อน น้าปอ น้องโอม

คนที่ไม่ค่อยได้ไปไหนมาไหนกันก้อโผล่มาให้เห็น ขอบใจนะน้องอุ๊

 

เพื่อนๆ ก้อมาให้เห็น เป็นปลื้มมากๆ

ทั้งนังเอ๋ จงกล มากะเป้า แล้วก้อจ๋า

 

ส่วนคนที่ถ้าไม่มาแล้วเหมียวคงเสียใจ ก้อคงเป็นโอ๋ กะ สาว
รู้ใช่ไม๊ว่าทำไม

ส่วนนกยูง มะเหมียวรู้ว่าแกสอบ

แต่ถึงไม่สอบแกก้อไม่มาหรอก ชั้นรู้ ไว้ชั้นกลับไปแล้วแกไปรับชั้นก้อแล้วกันนะ

 

แล้วก้อเพื่อนๆ พี่ๆ ที่ฝากทั้งของ แล้วก้อส่งเสียงมา say bye bye พร้อมกับคำอวยพร

แป๊ก เพื่อนสาว ที่เรามีประสบการณ์การอยู่ร่วมกันตอนฝึกงานที่ราชบุรี

คนนี้เป็นห่วงเรื่องการอยู่กับเพื่อน ขอบใจนะ เราจะพยามทำตัวขี้งอนให้น้อยลง

แนน เพื่อนที่ทำงาน ไม่ค่อยได้เจอกันที่ทำงาน ยังอุตส่าห์ส่งแมวนำโชคมาให้เราทางไปรษณีย์

แนท โทรมาตอนเกือบขึ้นเครื่อง

พี่เจ โทรมากวนประสาท พูดไม่ค่อยรู้เรื่อง ด่าไปก้อคงไม่เข้าใจ

พี่ก้อย ชมของฝากไปแล้ว ถูกใจมาก

พี่ศุกร์ เลี้ยง MK แล้วยังส่งของมาให้อีก จริงๆ แผนA ที่จะฝากเหมียวไปแลกเงิน ก้อน่าสนใจอยู่นะคะ

คุณณัฐ เจ้านายใจดี มะเหมียวเสียใจมากเลยที่วันที่แกอุตส่าห์แวะมาหามะเหมียวเพื่อแค่เอาของขวัญมาให้

แต่มะเหมียวดันไม่ได้อยู่เจอแก แต่พอเห็นของขวัญแล้วก้อการ์ดแล้วก้อทำให้มะเหมียวแอบมีกำลังใจขึ้นเยอะเลย(เกี่ยวกับเรื่องงานนะคะ สาวๆห้ามนอกเรื่อง) 

โอ๋ (อีกที) ชั้นเอาผ้าพันคอแกมาพันนอนด้วย เมื่อคืนนี้

ไอ้อุ่นน่ะไม่เท่าไร แต่ชั้นนึกถึงคำที่แกจะด่าถ้าชั้นทำตัวอ่อนแอ แล้วมันทำให้ชั้นหายหนาวได้เยอะที่เดียว

คนสุดท้ายก้อคงเป็นเดียร์ ณ แอร์เอเซีย ที่มาส่งมาเหมียวถึงทางก่อนนั่งรถไปขึ้นเครื่องทีเดียว

เดียร์พาเดินดิวตี้ฟรี แถมด่าเรื่องการไม่ให้เอาของเหลวขึ้นเครื่องให้เราฟัง แล้วก้อถ่ายรูปให้เรา

แล้วก้อนั่งเป็นเพื่อนเรา บอกเทคนิก แล้วก้อขั้นตอนการตรวจกระเป๋า

ขอบใจนะ

ขอบคุณทุกๆคนด้วยค่ะ

เหมียวคงไม่สามารถเอ่ยถึงทุกๆคนได้ครบ

แต่ทุกคนก้ออยู่ในความระลึกถึงของเหมียวเสมอ

 

นี่ยังไม่ได้เริ่มขึ้นเครื่องกันเลยนะ

หลังจากที่โหลดกระเป๋า และเหมียวเข้ามาด้านในแล้ว

ก้อต้องมาสแกนกระเป๋า แล้วก้อมาตรวจกระเป๋าอย่างละเอียดอีกชั้น
ทั้งๆที่มะเหมียวเองค่อนข้างแน่ใจว่าไม่มีอะไรฟิดพลาด แต่ก้อบอกให้แม่รอก่อนอย่าเพิ่งกลับบ้าน
กลัวว่าอันไหนที่เค้าไม่ให้เอาไป จะได้ไม่ต้องทิ้งให้เสียดายของ

พอถึงคิวมะเหมียว เจ้าหน้าที่คงเห็นว่าเป็นคนไทย

เลยแค่ถามมะเหมียวว่ามีพวกของเหลวกระเป๋าไม๊

มะเหมียวเตรียมตัวมาแล้ว เลยหยิบให้

มีแค่รองพื้น ครีมทาหน้า หลอดเล็กๆ แล้วก้อลิบกลอส
แกก้อแค่ให้เอาของออกมาแล้วใส่ถุงซิบล๊อก แค่นั้นเอง

 

มะเหมียวโหลดกระเป๋าลงเครื่อง 2 ใบ

เอากระเป๋าขึ้นเครื่องไปกะตัวอีก 3 ใบ

มีกระเป๋าติดตัว กระเป๋าใส่โน๊ตบุ๊ค แล้วก้อกระเป๋าลากใบเล็กๆ อีกใบ

น้ำหนักคงรวมกันได้เกือบ 20 โลละมั๊ง

ไม่สนใจหรอกเพราะเค้าไม่ค่อยเข้มงวด แต่ก้อหนักหลังกะบ่านิดหน่อย

 

ขึ้นเครื่องกันซะที

นี่เป็นครั้งแรกที่มะเหมียวเดินทางไกลคนเดียว

แถมยังเป็นการเดินทางไปต่างประเทศ ไปในที่ที่ยังไม่เคยไปอีก

ก้อเลยเล่าละเอียดหน่อยนะคะ

 

ที่นั่งมะเหมียวคือ 32A TG981 เป็นที่นั่งที่ดีมากๆ เพราะว่าเป็นแถวแรก

ทำให้ไม่มีใครนั่งข้างหน้า เลยมีที่เหยียดขาได้เยอะเลย
ขอบใจนะอุ๋ย (
AVSS)

 

เครื่องออกประมาณเที่ยงคืนครึ่ง จะถึงเมลเบินประมาณเก้าโมงเช้าประเทศไทย

แต่ถ้าเป็นที่เมลเบิน ก้อประมาณเที่ยง

ใช้เวลาเดินทางทั้งหมด 8.30 ชัวโมง

โคตรเมื่อยเลย เหนื่อยก้อเหนื่อย ง่วงก้อง่วง

เพราะว่าที่ผ่านมาเกือบอาทิตย์ มะเหมียวไม่ค่อยได้นอนเลย

พอขึ้นเครื่องก้อกะหลับเต็มที่

แต่ก้อยังหลับไม่ได้ ได้กลิ่นอาหาร แสดงว่าเค้าจะเอาอาหารมาเสริฟ

แม่เจ้า กรูง่วงจะแย่แล้ว เหลือบมองนาฬิกา นี่จะตีสองแล้ว

นั่นไง สักพักแม่สาวการบินไทยคนสวยก้อเดินเอาเมนูมาให้เลือก ว่าจะกินอะไร

มื้อแรกมะเหมียวเล็งข้าวกะปลาผัดอะไรไม่รู้(จำไม่ได้)ไว้

อีกมือก้อเป็นออมเล็ต

กินไปง่วงไป กินได้ไม่ถึงครึ่ง ไม่ไหว ง่วงมาก

ตอนนี้นึกถึงพ่อ เพราะตอนเดินทางกะพ่อ พ่อกินซะคุ้ม
นอกจากอาหารเกลี้ยงจานแล้ว แกยังกินน้ำจนคุ้มเลย

กินเสร็จ หลับเลย

 

แต่ว่านอนไม่สบายเลย ไม่รู้ทำไม

คงเพราะว่ามันไม่ใช่ที่นอน มันไม่ใช่บ้านเรามั๊ง

 

หลับๆอยู่ได้กลิ่นอาหารอีกแระ

แล้วพี่สาวคนสวยก้อเอาผ้ามาให้เช็ดหน้า
เตรียมตัวหม่ำ

ขอบอกก่อนว่าเมื่อก่อนเคยได้ยินว่าแอร์การบินไทยไม่ดี

ไม่ค่อยให้บริการที่ดีแก่คนไทย

อันนี้เห็นว่าจะไม่จริงตามนั้นซะทีเดียว

เพราะเหมียวเองก้อเห็นเค้าปฏิบัติเท่าเทียม ทั้งคนไทยและต่างชาติ

จริงๆต้องมากกว่าด้วย เพราะว่าไม่งั้นเค้าก้อคงไม่พูดภาษาไทยกะคนไทย

เพราะนี่เป็นสายการบินนานาชาติ

ที่สำมะคัญตอนมะเหมียวรออาหารนาน

พี่ผู้ชายยังแอบถามเลยว่ามีอาหารที่ดีกว่า จะเอาไม๊ แต่เหมียวไม่เอาเพราะไม่ค่อยชอบ

 

ตอนเริ่มกิน เครื่องอยู่บนน่านฟ้าออสเตรเลียแล้ว

กินเสร็จก้อเกือบถึงพอดี

เปิดม่านดูวิว

แล้วไงไม่รู้ชวนพี่ฝรั่งที่นั่งข้างๆคุย

คือจะถามเค้าว่าแสบตาไม๊ที่เปิดหน้าต่าง

เค้าก้อดี๊ดี บอกว่าไม่เป็นไร ไม่เป็นไรทุกที(บอกตามมารยาทรึป่าว อันนี้ไม่รู้)

หลังจากนั้นก้อชวนกันคุยนิดหน่อย

ถ้าฟังไม่ออก มะเหมียวก้อพยักหน้าหึหึ แล้วก้อเสมองออกนอกหน้าต่างไปซะงั้น

555

 

ได้เวลาเครื่องลงจอด

สิ่งที่กลัวอีกอย่างกำลังมาเยือน

ต่อไปนี้เราจะไม่มีคนไทยให้ถาม

ทำไงดีฟระ

ไม่รู้ ยิ้มสู้ไว้ก่อน

ฝรั่งพูดไร ก้อทำตาม แล้วก้อยิ้ม เสร็จแล้วก้อ thank you ไปเรื่อยๆ

อันนี้ได้ผลแฮะ

แล้วก้อคลาดแคล้ว กระเป๋าตรวจไม่เจอสิ่งผิดปกติ

ไอ้ที่บอกไว้ให้เข้าช่อง declare มะเหมียวดันมองไม่เห็นช่องนั้น

เพราะมัวแต่เดินตามเค้าไปเรื่อยๆ แต่ก้อไม่มีอะไร

ทุกอย่างผ่าน

รู้งี้เอามาเพิ่มก้อดีเน๊อะแม่เน๊อะ

 

เข็นรถเข็นกระเป๋าออกมาหาเพื่อนสาวอย่างสบายใจ

รอดแล้วตรู

เจอเพื่อนแล้ว

 

เพื่อนสาวของมะเหมียวชื่อตุ๊กตา มีแฟนชื่อหนึ่ง

หนึ่งไปรับไม่ได้เพราะทำงาน

 

เราพากันเดินออกมานอกตึก

อากาศเเย็นมากเลย

ยังบอกกะตาว่าอากาศดี เหมือนไปเที่ยวต่างจังหวัดเลย

แล้วก้อเรียกรถแท๊กซี่กลับบ้าน

 

ถึงบ้านปุ๊บก้อรีบเปลี่ยนรองเท้าเพื่อออกไปซื้อซิมการ์ด บัตรโทรศัพท์ และตั๋วเดือน

เบอร์ของมะเหมียวคือ 0403902342

ถ้าโทรมาจากเมืองไทย ก้อเติมรหัสทางไกล จะใช้ 001 008 009

แล้วตามด้วยรหัสประเทศ คือ 61

ดังนี้นะ 00961403902342

 

ตาพาเราไปแถวไชน่าทาวน์

นั่งรถไฟไปไม่กี่นาทีก้อถึง

ความพลุกพล่านแตกต่างกะแถวบ้านที่อยู่อย่างสิ้นเชิง

 

เห็นแล้ว ว่าคนที่นี่เค้ามีความเป็นตัวของตัวเองสูง

ใครจะแต่งตัวยังไงไม่ต้องไปสนใจ

บางคนก้อแต่งซะสวยเนี๊ยบ

บางคนก้อแต่งแบบหลุดโลก

บางคนก้อเซอร์ไม่สนใจใคร (ไม่มีใครสนใจด้วย)

ดีเหมือนกัน มะเหมียวจะได้เป็นตัวของตัวเองก้อคราวนี้

 

แล้วก้อรีบกลับบ้าน เพราะตามีรายงานต้องทำส่งวันพรุ่งนี้

แล้วเดี๋ยวพอสี่โมงเย็นก้อต้องไปทำงานทีร้านอาหารไทยด้วย

เราเลยไม่มีเวลาแวะที่ไหนมากนัก

แล้วก้อยังไม่ได้ถ่ายรูปมาอวดด้วย

ไว้คราวหน้านะจ๊ะ

 

ตอนที่กลับมาถึงบ้านตาก้อรีบปั่นการบ้านส่งใหญ่เลย

มะเหมียวก้อแกะกระเป๋า

เอาของที่แพครวมๆกันออกมาจัดให้เป็นระเบียบ ให้เข้าที่เข้าทาง

ตายังไม่ได้แบ่งตู้เสื้อผ้าให้ มะเหมียวเลยใช้กระเป๋าเดินทางนั่นแหละ เป็นตู้เสื้อผ้าไปพลางๆก่อน

แล้วยังอแด๊บเอาถุงพลาสติกมาห่อๆ ให้เป็นโต๊ะเครื่องแป้งอีก

เก่งมาก ไอเดียเป็นเลิศทีเดียว

เมื่อคืนนี้หนาวมาก

ยิ่งตอนที่เหมียวนอนอยู่คนเดียวแล้วตากะหนึ่งออกไปทำงานอากาศยิ่งหนาว

ไม่เข้าใจ

พอหนึ่งกลับมาเห็นมะเหมียวนอนคลุมโปง

ใส่เสื้อหลายๆชั้น ใส่ถุงเท้าหลายๆคู่ ใส่หมวก พันผ้าพันคอ

มันบอกว่าตอนมันนอน มันใส่แค่กางเกงขาสั้น กะเสื้อกล้ามเอง

อืม กรูยังไม่ชินนี่หว่า

เอาไว้ชั้นชินกะอากาศแล้วเดี๋ยวชั้นจะใส่สายเดี่ยวไปเดินให้ดู

 

 

     Share

<< ปฏิบัติภาระกิจ21 05 07 >>

Posted on Thu 24 May 2007 21:50

Comment

Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh